ร้อยไหม

การร้อยไหมคืออะไร แล้วช่วยให้หน้าวีขึ้นได้อย่างไร ?

การร้อยไหม คือเทคนิคการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เส้นไหมขนาดเล็กที่สามารถละลายได้เอง ร้อยเป็นเครือข่ายใต้ผิว ซึ่งหลังจากนั้นจะเกิดกระบวนการกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนล้อมรอบเส้นไหม ส่งผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้าตามแนวเส้นไหมที่วางไว้ ทำให้ผิวหน้าด้านนอกเต่งตึง กระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย

ร้อยไหมเหมะกับใครบ้าง ?

หลายคนเข้าใจว่าต้องอายุมากเท่านั้นที่จะสามารถร้อยไหมได้ แต่ความจริงแล้วการร้อยไหมสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ 25-45 ปี ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการร้อย เช่น ในกรณีของกลุ่มอายุน้อยๆ อาจร้อยไหมเรียบเพื่อหวังผลเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวกระชับมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ถ้าเป็นคนไข้ในกลุ่มที่อายุมาก มีความคล้อยมากขึ้น อาจใช้ไหมที่มีขนาดใหญ่ และมีแรงดึงที่มาก เพื่อยกส่วนคล้อยนั้นให้ได้รูป และดูเรียวขึ้น

ชนิดของไหม ที่นำมาใช้ในการร้อยไหมมีกี่ประเภท ?

ชนิดของไหม ที่นิยมนำมาใช้ในการร้อยไหม ในปัจจุบัน มี 3 ชนิดหลักๆ คือ

1 เส้นไหมเรียบ (Mono threads)

เป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือปุ่มเหรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ไหมชนิดนี้เพื่อหวังผลเรื่องกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ จะตื้นขึ้น สามารถทำได้ทั้งบริเวณคอ หน้าผาก ใต้ตา แก้มล่าง เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนัง

2 เส้นไหมเกลียว (Screw threads)

เป็นเส้นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นเกลียวเข้าด้วยกัน เส้นไหมชนิดนี้มีประโยชน์ช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่ง เส้นไหมเกลียวจะให้ผลแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ ส่วนใหญ่ไหมเกลียวเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน

3 เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads)

เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยาน คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับแก้มย้อย ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น

ขั้นตอนการร้อยไหม เป็นอย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนการร้อยไหม มี 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ทำความสะอาดใบหน้า และทายาชา ใช้เวลาประมาน 30 นาที
  2. แพทย์ทำการฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อลดอาการปวดระหว่างร้อยไหม
  3. เมื่อคนไข้ชาแล้ว แพทย์ทำการร้อยไหม โดยใช้เข็มทู่ในการร้อย ซึ่งการใช้เข็มทู่จะลดภาวะแทรกซ้อนเรื่องการบวม หรือ เขียวช้ำหลังร้อยไหมได้ และระหว่างร้อยคนไข้จะรู้สึกเหมือนเพียงมีสิ่งที่ผ่านใต้ผิว แต่จะไม่รู้สึกปวดมาก
  4. แพทย์จะพิจารณาร้อยตามแนวโครงหน้าของคนไข้ ซึ่งแต่ละคนจะมีปัญหาแตกต่างกันไป
  5. หลังร้อยจะมีเพียงแผลเล็กๆ ที่เป็นทางเข้าของเส้นไหม ซึ่งจะหายเอง และไม่ทำให้เกิดแผลเป็น

วิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหม ควรทำอย่างไรบ้าง?

หลังจากร้อยไหมเรียบร้อย ภายหลังจากนั้น 1-2 วัน แนะนำให้หมั่นประคบเย็นบ่อยๆ เพื่อช่วยลดอาการบวม และควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการนวดหน้า การทำเลเซอร์ใบหน้าหรือการทำให้ใบหน้าได้รับความร้อน โดยควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนะนำไปดังกล่าวประมาณ 1 เดือน แต่หากมีอาการบวม ฟกช้ำก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เนื่องจากอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเอง ใช้เวลาประมาณ 1- 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นแล้วใบหน้าของคุณก็จะเริ่มเข้าที่ลงตัว และสวยได้รูปกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลา 1 เดือน

การร้อยไหม คืออะไร?

การร้อยไหม เป็นการศัลยกรรมความงามอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากในแวดวงความงาม ผลลัพธ์จากการร้อยไหม
จะทำให้ใบหน้าเกิดการยกกระชับ มีรูปหน้าที่เรียวสวยและอ่อนเยาว์ขึ้น สำหรับการร้อยไหมนั้น เป็นการนำเส้นไหมชนิดพิเศษมาทำการร้อยลงไปในบริเวณใต้ผิวหนัง
เส้นไหมที่ร้อยเข้าไปจะทำหน้าที่ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวที่อยู่รอบๆ เส้นไหม จึงทำให้ใบหน้าตึงและถูกยกกระชับขึ้น

อีกทั้ง การร้อยไหมยังเป็นการทำศัลยกรรมรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยปรับรูปหน้าให้สวยกระชับเรียวขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น ที่สำคัญยังมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นน้อยด้วย

การร้อยไหมก้างปลา เป็นอย่างไร?

การร้อยไหมนั้น จะมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด โดยการร้อยไหมในช่วงยุคแรกๆ ที่ได้รับความนิยมก็คือ การร้อยไหมก้างปลา (Aptos Threads)
ลักษณะของไหมก้างปลาจะมีเงี่ยงโผล่ออกมาเหมือนกันกับลักษณะของก้างปลาทั้งสองข้าง และยังเป็นไหมชนิดที่ไม่สามารถละลายได้
เมื่อแพทย์ร้อยเข้าไปยังบริเวณใต้ผิวหนัง เงี่ยงของไหมก้างปลาก็จะเข้าไปยึดเกี่ยวเพื่อทำหน้าที่ช่วยพยุงเนื้อเยื่อของใบหน้าเอาไว้

จนทำให้เกิดการยกกระชับผิวหน้า

ไหมก้างปลา

เป็นไหมที่วัยรุ่นนิยม  ไหมก้างปลาถูกผลิตให้มีเงี่ยงเล็กๆ คล้ายก้างปลาตลอดความยาวของเส้นไหม ทำให้สามารถยกกระชับและดึงผิวขึ้นได้ดี เพราะเงี่ยงของไหมจะช่วยยึดพยุงผิวและสามารถดึงผิวให้ตึงขึ้นได้

ไหมกุหลาบ

ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมก้านกุหลาบ ROSE LIFT มีลักษณะของเงี่ยงแหลมคมและกางออกเหมือนหนามกุหลาบ จึงมีแรงดึงสูงมาก

ไหม PDO

ร้อยไหมละลายชนิด PDO ( Polydioxanone ) เทคนิคเกาหลีแท้ ซึ่งเป็นไหมละลายที่มีความปลอดภัยสูง ไหมละลายชนิดนี้แต่เดิมใช้ในการเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน  หรือเส้นเลือดในร่างกายจากนั้นร่างกายจะค่อยๆกำจัดออกจากร่างกายภายใน 6 เดือน  ซึ่งบริเวณที่ร้อยไหมจะเกิดการกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน  ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหมซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตึงรั้งผิวผิวจึงเต่งตึง กระชับ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มได้ดีอีกด้วย จึงทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดี การใช้ไหมละลายจึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวพร้อมยกกระชับด้วย

ร้อยไหมเพื่ออะไร

การร้อยไหม ช่วยในเรื่องการยกกระชับ การปรับรูปผิวและฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณที่ทำ ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ไม่อยากเจ็บ ไม่ต้องการผ่าตัด และและไม่เสียเวลาในการพักฟื้นจากศัลยกรรม

ร้อยไหมให้ผลลัพธ์อย่างไร

หลังการร้อยไหมคนไข้จะรู้สึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีและจะเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือน แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อถึง 6 เดือนและอาจอยู่ได้นาน 1-3 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษาของคนไข้ผู้ได้รับการร้อยไหม เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดูแลเอาใจใส่เรื่องการทานอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ การงดสูบบุหรี่    งดดื่มเครื่องดืมแอลกอฮอล์ และที่สำคัญที่สุดคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ร้อยไหมมีผลข้างเคียงอย่างไร

ผลข้างเคียงจากการร้อยไหมยกกระชับ ไม่รุนแรงนัก อาจมีแผลเล็กๆ หรือเลือดออกบ้างเพียงเล็กน้อยระหว่างทำการร้อยไหมแต่จะหยุดไปเองจากแผลที่ทำการร้อยไหมมีขนาดเล็กมาก นอกจากนี้อาจเกิดรอยซ้ำบ้างในบางรายขึ้นอยู่กับคนไข้ที่มีเส้นเลือดฝอยเยอะในบริเวณที่ทำการร้อยไหม ผิวจะแดงประมาณ 1-2 วัน และอาจบวมเล็กน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้หลังจากการร้อยไหมสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แนะนำให้กินยาแก้อักเสบลดบวม และยาฆ่าเชื้อหลังการทำตามที่แพทย์สั่งจนครบ

ก่อนร้อยไหม ควรเตรียมตัวอย่างไร?

1.ควรงดรับประทานยา อาหารเสริม และวิตามินที่มีผลกับการทำงานของเกล็ดเลือด รวมถึงการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ยาพาวิก
และอาหารเสริมในกลุ่มวิตามินอี เป็นต้น โดยควรงดรับประทานยาและอาหารเสริมเหล่านี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการร้อยไหม
2.ผู้ที่เข้ารับการร้อยไหมจะต้องไม่มีแผลคีลอยด์ ไม่แพ้ยาชา และไม่มีประวัติเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดอย่างรุนแรง

3.หลีกเลี่ยงการร้อยไหมในช่วงที่มีประจำเดือน

วิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหม ควรทำอย่างไรบ้าง?

หลังจากสาวๆ ทำศัลยกรรมใบหน้าด้วยการร้อยไหมมาแล้วเรียบร้อย ภายหลังจากนั้น 1-2 วัน แนะนำให้หมั่นประคบเย็นบ่อยๆ
เพื่อช่วยลดอาการบวม และควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หลีกเลี่ยงการนวดหน้า การทำเลเซอร์ใบหน้าหรือการทำให้ใบหน้าได้รับความร้อน โดยควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่แนะนำไปดังกล่าวประมาณ 1 เดือน
แต่หากมีอาการบวม ฟกช้ำก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เนื่องจากอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองได้เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
หลังจากนั้นแล้วใบหน้าของคุณก็จะเริ่มเข้าที่ลงตัว และสวยได้รูปกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลา 1 เดือน

ราคา

ราคาไหม เริ่มต้นที่ 250 ฿
ไหม PDO เส้นละ 250 ฿
ไหมก้างปลา เส้นละ 1,500 ฿
ไหมกุหลาบ เส้นละ 1,750 ฿

ติดต่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญ

ยินดีให้คำปรึกษาและคำแนะนำก่อนเริ่ม

ติดต่อ

โทร: 093 504 5651

Line: @miladaclinic

ปรึกษาเรา
LINE Chat
Call Now